19 มกราคม 2553

เลือกที่จะมีความสุขในที่ทำงาน

Post Today - "ผมทนแรงกดดันไม่ไหว” ...

"ผมทนแรงกดดันไม่ไหว”

“ผมเกลียดงานที่ทำ”

“นายคาดหวังจากฉันมากเกินไป”

“ทำงานที่นี่ ไม่มีคุณภาพชีวิตเลย”

“ฉันเกลียดเจ้านาย”

“ฉันเบื่อเต็มที”

คนมักคิดว่าตนเองไม่มีทางเลือกต้องทนทำงานอย่างไม่มีความสุข ในขณะที่มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ทำงานอย่างมีความสุข เพราะอะไรนะหรือ

ในหนังสือ Authentic Happiness เขียนโดย Dr.Martin Seligman ได้ยกงานวิจัยของ Amy Wrzesniewski ศาสตราจารย์สาขาธุรกิจของ New York University ที่ทำในปีค.ศ. 1997 Amy พบว่า 1 ใน 3 ของคนมองงานของตนว่าเป็น Job คือทำเพื่อแลกเงินประทังชีวิต อีก 1 ใน 3 ถัดไปมองว่าเป็น Career คือมีแรงจูงใจหลักอยู่ที่การไต่เต้าก้าวหน้าในองค์กร และ 1 ใน 3 สุดท้ายที่เหลือมองว่าเป็น Calling เขามีความสุขกับสิ่งที่ทำเพราะมันมีความหมายกับชีวิตของเขา

ลองมาดูตัวอย่าง 3 เรื่องของงานในตำแหน่งแม่บ้านที่ทำความสะอาดในสำนักงานดู

คนแรกคือแจ๋ว เธอทำงานนี้เพื่อแลกกับเงิน น้อยมากที่เธอจะบอกกับเพื่อนๆ ของเธอว่าเธอทำอะไรอยู่ ลอตเตอรี่คือความหวังเดียวของเธอที่จะหลุดพ้นจากสิ่งที่เธอทำอยู่ เธอนั่งนับวันว่าเมื่อไรจะสงกรานต์หรือวันหยุดยาวเสียที แจ๋วมองสิ่งที่เธอทำว่ามันคือ Job

ลองมาดูเล็ก เธอทำงานหนัก เธอไม่ค่อยชอบสิ่งที่เธอทำมากนัก เธอหวังว่าจะเป็นหัวหน้าหรือไม่ก็ย้ายไปเป็นพนักงานรับโทรศัพท์โดยเร็ว เมื่อใดก็ตามที่เพื่อนของเธอได้รับการโปรโมต เธอมักจะคิดว่าคนผู้นั้นข้ามหัวเธอไป หรือไม่ก็หัวหน้าของเธอไม่ยุติธรรม เวลาหัวหน้าเดินมาตรวจงาน เธอจะขมีขมันเป็นพิเศษ และมักจะบ่นต่อว่าคนที่มาใช้ห้องน้ำว่า ทำห้องน้ำสกปรกเสมอ เธออยากให้หัวหน้าของเธอตระหนักว่าเธอทำงานขยันมากขนาดไหน เธอมองสิ่งที่เธอทำว่าเป็น Career

ส่วนคนสุดท้ายคือกุ้ง เธอยิ้มแย้มแจ่มใสเสมอ เธอมักจะฮัมเพลงอย่างมีความสุขระหว่างทำความสะอาดห้องน้ำ เธอมักจะแนะนำเพื่อนๆ และญาติมาทำงานที่บริษัทนี้ เธอจะสุขใจมากหากคนเดินออกจากห้องน้ำอย่างมีความสุข เธอมองว่าตัวเธอนั้นเป็นผู้นำความสุขมาสู่คนอื่นๆ สำหรับเธอแล้วความสะอาดหมายถึงความสุข สำหรับกุ้งแล้วงานที่เธอทำคือ Calling

ตัวอย่างของทั้ง 3 คนเป็นตัวอย่างจริงที่เราเห็น ทั้งในอาชีพพนักงานทำความสะอาด และอาชีพอื่นๆ

หากว่าคนอย่างกุ้งสามารถจะมองหาความหมายจากงานของเธอได้ พวกเราทุกคนก็น่าจะมองหาความหมายจากงานของเราแต่ละคนได้เช่นกัน เราสามารถทำงานอย่างมีความสุขได้หากมีมุมมองที่ดีกับงานของเรา ถามตัวเองดูว่า อะไรคือวัตถุประสงค์ของงานเรา เรามาทำงานเพื่ออะไร สิ่งที่เราทำมีความหมายอย่างไร

การที่เราจะหาความหมายจากงานของเรานั้น เราต้องเปิดโลกทัศน์ของเราก่อน ความหมายของงานนั้นเป็นเรื่องของการให้บริการผู้อื่น มนุษย์เป็นสัตว์ที่ต้องเกื้อกูลกัน “ฉันเกาหลังให้เธอ เธอเกาหลังให้ฉันเป็นการตอบแทน” เราไม่สามารถดำเนินชีวิตอย่างโดดเดี่ยวได้

ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อความสุขในที่ทำงานเช่น

1.ค่านิยมเราสอดคล้องกับค่านิยมองค์กรหรือไม่ หากคุณให้คุณค่ากับความอิสระ แต่องค์กรให้ความสำคัญกับกฎระเบียบที่เข้มงวด หรือคุณเป็นคนสุภาพแต่ทำงานในองค์กรที่มีวัฒนธรรมองค์กรแบบพูดกันตรงๆ แบบขวานผ่าซาก คุณอาจจะไม่มีความสุขมากนัก แต่คุณอาจจะพออยู่ได้หากทำงานได้ดีและส่งมอบผลงานตามความคาดหวังได้

2.ค่านิยมเราสอดคล้องกับทีมหรือไม่ หากคุณเป็นคนที่ทำงานแบบสบายๆ แต่ไปทำงานในทีมงานที่แข่งขันสูง ก็จะคล้ายกับกรณีที่หนึ่ง

3.คุณเหมาะกับงานหรือไม่ มีทักษะ ความรู้หรือความถนัดตามที่งานต้องการหรือไม่ หากไม่มีความรู้และทักษะ พอเรียนกันได้ แต่หากว่าทำในสิ่งที่ไม่ถนัด อาจจะลำบากหน่อย

4.คุณมีเป้าหมายในงานชัดเจนเพียงใด ใน 3, 5 หรือ 10 ปีข้างหน้า งานที่ทำจะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายอย่างไร

5.คุณมีเพื่อนสนิทในที่ทำงานหรือไม่

คนอาจจะบ่นว่าไม่มีความสุข โดยอ้างว่าสาเหตุมาจากสิ่งต่างๆ แต่ที่จริงแล้วใครกันละที่รับผิดชอบต่อความสุขในงานของคุณ

 

 ข้อมูลโดย :

------------------------------------------------------------------------

New ! เปิดบริการใหม่ Bangkok Post Classified หลากหลายหมวดหมู่ : Job , Tour , Education , Property , Auto , Entertainment , Sale , Services

 -----------------------------------------------------------

คะแนน:
ให้คะแนนบทความนี้
บทความอื่นๆบทความอื่นๆ
( )